Dry Cabinet ตู้เก็บความชื้น จำเป็นจริงหรือไม่ ?


Posted 1 Aug 2018 00:59 | 66 views

ก่อนจะพูดถึงประเด็นในเรื่องของความจำเป็นในการใช้ “ตู้เก็บความชื้น หรือ ตู้ควบคุมความชื้น” Dry Cabinet นั่นจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ความชื้นในอากาศ” เกิดขึ้นได้อย่างไรและมีผลอย่างไรต่อวัสดุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อการเก็บรักษาสินค้า วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งของต่างๆ

 

“ความชื้นในอากาศ” นั้นเกิดขึ้นมาจาก “ไอน้ำเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่พบทั่วไปในอากาศ และมีผลทำให้อากาศมีความชื้น และด้วยเหตุที่ไอน้ำในอากาศเกิดขึ้นจากการระเหยของน้ำ”

 

ถ้าอากาศมีความชื้นสูงหมายความว่า อากาศมีไอน้ำอยู่เป็นปริมาณมาก ถ้าอากาศมีความชื้นต่ำหมายความว่า อากาศมีปริมาณไอน้ำอยู่เป็นจำนวนน้อย ความชื้นของอากาศมีความหมายใน 2 ลักษณะ คือ

 

1.     “Absolute Humidity หรือ ความชื้นสัมบูรณ์” หมายถึง อัตราส่วนระหว่างมวลของไอน้ำในอากาศกับปริมาตรของอากาศ ณ อุณหภูมิเดียวกัน การวัดความชื้นสัมบูรณ์มีหน่วยวัดเป็นกิโลกรัมของไอน้ำในอากาศต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร หรืออาจใช้หน่วยวัดเป็นกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

2.     “Relative Humidity หรือ ความชื้นสัมพัทธ์” หมายถึง สัดส่วนของปริมาณไอน้ำที่มียู่จริงในอากาศขณะนั้นต่อปริมาณไอน้ำอิ่มตัว (ปริมาณไอน้ำสูงสุดที่อากาศจะสามารถรับไว้ได้ที่อุณหภูมิละปริมาตรของอากาศเดียวกัน) โดยทั่วไปแล้วเรานิยมที่จะแสดงค่าความชื้นสัมพัทธ์เป็นร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์

 

ความชื้นจะส่งผลอย่างไรให้ต่อการเก็บรักษาสินค้า วัสดุอุปกรณ์ และสิ่งของต่างๆ ?

 

ถ้าจะให้ลองยกตัวอย่างได้ง่ายและเห็นภาพมากที่สุดก็คือ “ความชื้นที่ก่อให้เกิดการผุกร่อนของโลหะ” ซึ่งจะทำให้โลหะกลายเป็นสนิมและเสื่อมสภาพการใช้งานไปในที่สุด อีกทั้งสนิมยังก่อนให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้อีกด้วย แน่นอนว่า “ความชื้น” จะสร้างปฏิกิริยากับแทบทุกวัสดุ และจะส่งผลให้การเก็บรักษาของคุณอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นระยะยาวหรือระยะสั้น

 

อุตสาหกรรมกระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ

ความชื้นกับกระดาษเป็นของที่ไม่ถูกกันเอาจริงๆ และเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งสำหรับ “การผลิตทุกคนในอุตสาหกรรมกระดาษ” ที่มีมักทำให้ผลผลิตและวัตถุดิบเสียหายมากจนเกินไป

 

- ความชื้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพของกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างภายใน และผิวสัมผัส

- สูญเสียความแข็งแรงของโครงสร้าง สำหรับภาชนะและบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ

- สำหรับงานพิมพ์กระดาษที่มีความชื้น นอกจากจะไม่ได้คุณภาพแล้วยังส่งผลต่อเครื่องพิมพ์อีกด้วย ซึ่งอาจจะก่อนให้เกิดความเสียหายได้

- มีโอกาสก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต และจะส่งผลเป็นอย่างมากหากไปอยู่ขั้นตอนใช้ร่วมกับเครื่องจักร

 

หากเป็นต่างประเทศอาจจะมีปัญหาเป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว ที่มีความชื้นสูง แต่สำหรับประเทศไทยที่มีภูมิอากาศร้อนชื้น “ความชื้น” จึงอุดมอยู่ในอากาศในทุกเวลา “ความชื้นในอากาศ” ที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเก็บกระดาษและผลิตภัณฑ์จากกระดาษ ได้เป็นอย่างมาก

 

ซึ่งการควบคุมความชื้นสำหรับการเก็บกระดาษก็มีด้วยกันหลากหลายตามคุณภาพและชนิดของกระดาษ โดยปกติแล้วระดับที่เหมาะสมที่สุดก็คือ 40%-55%RH ทำให้หลายคนจึงเลือกเก็บเอาไว้ใน “ตู้เก็บความชื้น หรือ ตู้ควบคุมความชื้น” กันมากกว่า เพื่อรักษาคุณภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

 

งานไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้ และอุตสาหกรรมไม้

ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ก็มีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับกระดาษโดยเป็นวัสดุที่ดูดความชื้น ซึ่งเมือถูกเก็บอยู่ในพื้นที่ที่มีความชื้นค่อนข้างสูง จะส่งผลให้เนื้อไม้เปิดออกจนเกิดความเสียหายกับผลิตภัณฑ์ได้ และหากสามารถควบคุมระดับความชื้นได้ “รอยแตกร้าว ผิวแตก และเนื้อไม้ที่เสียหาย” ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

สำหรับงานไม้ขนาดใหญ่อาจจะไม่เห็นความเสียหายได้ชัดเจนหากเก็บไว้ในโกดังที่มีการรักษาอุณหภูมิได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ “สำหรับงานไม้ที่มีความละเอียดอ่อน ชิ้นเล็ก ที่มีมูลค่าสูง” การรักษาคุณภาพให้ได้ 100% เอาไว้เป็นสิ่งสำคัญ หลายผู้ผลิตจึงมักเลือกเก็บไว้ใน Dry Cabinet หรือ ตู้ควบคุมความชื้น กันมากกว่าเก็บไว้ในโกดังธรรมดา

 

เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์จากหนัง

ความชื้นคือตัวการชั้นดีเลยที่จะเข้าไปทำลายความหนืดของหนังจากธรรมชาติ ซึ่งเมื่อความหนืดโดนทำลายไป คุณภาพของหนังก็จะลดลง รวมถึงการปริแตกของหนังอีกด้วย “การใช้ตู้ควบคุมความชื้น ควบคุมความชื้นให้คงระดับอยู่ที่ 40%-60% จึงมีความสำคัญในขั้นตอนการเก็บรักษาเป็นอย่างมาก”

 

ของสะสมในพิพิธพันธ์ และของหายาก

“การเก็บรักษาความชื้นสัมพัทธ์อยู่ในเกณฑ์สม่ำเสมอที่ 40% -55%RH ในตู้ควบคุมความชื้น” จะช่วยเก็บรักษาสิ่งของล้ำค่าในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเซรามิค เครื่องหนัง กระดาษโบราณ (Payrus) และซากสัตว์โบราณ ต่างๆเอาไว้ได้อย่างดี เพื่อหลีกเลี่ยงตัวการทำลายตามธรรมชาติอย่าง “ความชื้น” ได้เป็นอย่างดี

จากที่ได้กล่าวไปถึง “ผลกระทบจากความชื้นต่อวัตถุ” ก็พอจะทราบได้เลยว่า “การให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาสิ่งของ” ไม่ว่าจะเป็นสินค้า วัตถุดิบ หรือแม้แต่ของสะสมส่วนตัว ให้ห่างจากความชื้นในอากาศสำคัญมากแค่ไหน “การลงทุนในเรื่องของการเก็บรักษา” ก็เปรียบเสมือน “การลงทุนในการรักษาคุณภาพ รักษากำไร และรักษาความน่าเชื่อถือ”

 

ไม่ต้องแปลกใจที่หลายสถานที่มักเลือกใช้ ตู้เก็บความชื้น Dry Cabinet และทั้งหมดนี้คือคำตอบที่ว่า Dry Cabinet จำเป็นจริงหรือไม่ ?


Reference : http://www.apiste-global.com/enc/technology_enc/detail/id=1263
http://www.polygongroup.com/en-US/blog/3-ways-too-much-humidity-affects-food-processing-and-warehousing/