ประเภทของดอก Router Bit และการใช้งาน


Posted 21 Jun 2024 08:51 | 167 views

Router bit แต่ละประเภทมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันไปตามรูปแบบและการใช้งานที่ออกแบบมา บทความนี้จะอธิบายถึงรายละเอียดการทำงานของ Router bit แต่ละประเภทอย่างละเอียด

1. Straight Bits

การใช้งาน: ตัดตรง เจาะรู ทำช่องว่าง 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Straight bit มีลักษณะเป็นทรงกระบอกที่มีใบมีดตัดตรง การทำงานของดอกนี้คือตัดหรือเจาะไม้ในแนวตรง สามารถใช้ในการตัดร่องลึกลงในวัสดุ หรือการปรับขอบให้เรียบ

2. Flush Trim Bits

การใช้งาน: ตัดขอบไม้ให้เสมอกับเทมเพลตหรือแผ่นไม้อื่น 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Flush trim bit มีลูกปืนอยู่ที่ปลายดอก ลูกปืนนี้จะวิ่งตามขอบเทมเพลตหรือตัวอย่าง ทำให้ใบมีดตัดตามแนวเทมเพลตได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับการตัดขอบไม้ให้เรียบเสมอกับชิ้นงานอื่น

3. Chamfer Bits

การใช้งาน: ตัดขอบไม้เป็นมุม 45 องศา 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Chamfer bit มีลักษณะใบมีดที่ตั้งอยู่ในมุม 45 องศา เมื่อใช้ตัด ดอกจะตัดขอบไม้เป็นมุมเฉียงตามที่ต้องการ เหมาะสำหรับการสร้างมุมเฉียงที่ขอบไม้เพื่อความสวยงามหรือการเชื่อมต่อ

4. Round-Over Bits

การใช้งาน: ลบมุมให้โค้งมน 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Round-over bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นโค้งมน เมื่อใช้ตัดขอบไม้ ดอกจะตัดให้ขอบไม้มีความโค้งมน ลดความคมและทำให้ขอบไม้ดูนุ่มนวลมากขึ้น

5. Rabbeting Bits

การใช้งาน: ทำร่องหรือขอบที่มีความลึกตามที่ต้องการ 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Rabbeting bit มีลักษณะใบมีดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างร่องหรือขอบที่มีความลึกและกว้างตามที่ต้องการ เหมาะสำหรับการทำร่องเพื่อใส่กระจกหรือติดตั้งวัสดุอื่น ๆ

6. Cove Bits

การใช้งาน: ตัดขอบไม้ให้เป็นรูปโค้งเว้า 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Cove bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นรูปโค้งเว้า เมื่อใช้ตัดขอบไม้ ดอกจะสร้างลวดลายที่เป็นรูปโค้งเว้า ทำให้ขอบไม้ดูมีมิติและสวยงาม

7. V-Groove Bits

การใช้งาน: ตัดร่องรูปตัว V 

ลักษณะการทำงาน: ดอก V-groove bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นรูปตัว V เมื่อใช้ตัด ดอกจะสร้างร่องลึกที่เป็นรูปตัว V บนพื้นผิวไม้ เหมาะสำหรับการสร้างลวดลายหรือการตกแต่ง

8. Dovetail Bits

การใช้งาน: ทำข้อต่อไม้แบบหางนก 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Dovetail bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นรูปทรงหางนก การตัดด้วยดอกนี้จะสร้างร่องและข้อต่อที่มีรูปทรงหางนก เหมาะสำหรับการทำข้อต่อไม้ที่ต้องการความแข็งแรงและสวยงาม เช่น ลิ้นชักหรือตู้ไม้

9. Core Box Bits

การใช้งาน: ตัดร่องลึกที่มีรูปครึ่งวงกลม 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Core box bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นรูปครึ่งวงกลม เมื่อใช้ตัด ดอกจะสร้างร่องลึกที่มีรูปครึ่งวงกลม เหมาะสำหรับการทำร่องลึกเพื่อใส่วัสดุอื่น ๆ หรือการตกแต่ง

10. Slot Cutting Bits

การใช้งาน: ตัดร่องที่มีความลึกและความกว้างเฉพาะ 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Slot cutting bit มีลักษณะใบมีดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างร่องที่มีความกว้างและลึกตามที่ต้องการ เหมาะสำหรับการทำร่องเพื่อใส่วัสดุเชื่อมต่อหรือการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ

11. Roman Ogee Bits

การใช้งาน: สร้างลวดลายที่มีความซับซ้อนและประณีต 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Roman ogee bit มีลักษณะใบมีดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างลวดลายที่ซับซ้อน เมื่อใช้ตัดขอบไม้ ดอกจะสร้างลวดลายที่มีความประณีตและสวยงาม เหมาะสำหรับการตกแต่งขอบไม้หรือขอบเฟอร์นิเจอร์

12. Round Nose Bits

การใช้งาน: ตัดร่องที่มีรูปครึ่งวงกลม 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Round nose bit มีลักษณะใบมีดที่เป็นรูปครึ่งวงกลม เมื่อใช้ตัด ดอกจะสร้างร่องลึกที่มีรูปครึ่งวงกลม เหมาะสำหรับการทำร่องเพื่อใส่ท่อหรือสายไฟ

13. Keyhole Bits

การใช้งาน: ตัดร่องที่ใช้ในการแขวนหรือยึดสิ่งของบนผนัง 

ลักษณะการทำงาน: ดอก Keyhole bit มีลักษณะใบมีดที่ออกแบบมาเพื่อสร้างร่องที่มีลักษณะเป็นรูแขวน เมื่อใช้ตัด ดอกจะสร้างร่องที่ใช้ในการแขวนรูปภาพหรือชั้นวางของ

ข้อควรระวังในการใช้ดอก Router Bit

  • ควรเลือกใช้ดอก router bit ให้เหมาะสมกับงานและวัสดุที่จะตัด

  • ควรตรวจสอบสภาพดอก router bit ก่อนใช้งานทุกครั้ง

  • ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้งาน และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตราย

  • ควรปรับความเร็วรอบของเครื่อง Router ให้เหมาะสมกับดอกrouter bit และวัสดุที่จะตัด

ดอก Router bit แต่ละประเภทมีขนาดและรูปแบบที่แตกต่างกันตามความต้องการของการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการเคลือบวัสดุที่ใช้ทำดอก Router bit เพื่อเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการใช้งาน การเลือกใช้ดอก Router bit ที่เหมาะสมกับงานจะช่วยให้งานไม้หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ทำออกมามีคุณภาพและสวยงามตามที่ต้องการ