เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติคืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และการเลือกใช้ในงานอุตสาหกรรม


Posted 20 Oct 2026 14:40 | 34 views

เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติคืออะไร ทำงานอย่างไร ต่างจากการผสมกาวด้วยมืออย่างไร พร้อมแนวทางเลือกระบบ 2K สำหรับงาน Potting, Gasketing, Sealing

เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติคืออะไร

เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติ (Automatic Dispensing Machine) คืออุปกรณ์ที่ควบคุมปริมาณ ตำแหน่ง และจังหวะการจ่ายกาว ซีลแลนท์ หรือเรซิน ให้ออกมาตามค่าที่ตั้งไว้ในทุกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งฝีมือผู้ปฏิบัติงาน ติดตั้งใช้งานได้ทั้งแบบตั้งโต๊ะ แบบติดแขนกล และแบบเชื่อมต่อกับสายการผลิตอัตโนมัติ

เครื่องหยอดกาวแบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็น 2 กลุ่มตามชนิดวัสดุ

  1. ระบบ 1K (Single-component) จ่ายวัสดุส่วนเดียว เช่น กาวหรือซีลแลนท์สำเร็จรูปที่ผสมมาแล้ว
  2. ระบบ 2K (Two-component) จ่ายวัสดุสองส่วน (เช่น เรซินกับตัวทำแข็ง หรือ Part A กับ Part B) แล้วผสมกันก่อนออกหัวจ่าย

บทความนี้เน้นระบบ 2K เพราะเป็นงานที่ "ความแม่นยำของอัตราส่วน" ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชิ้นงาน

ชื่อเรียกที่พบบ่อยในตลาด

ระบบ 2K มีหลายชื่อเรียก ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน ได้แก่ เครื่องหยอดกาว 2 ส่วนผสม, เครื่องผสมและจ่ายกาวอัตโนมัติ, Meter-Mix-Dispense (MMD) System และ 2K Dispensing System ชื่อ “Meter-Mix-Dispense” บอกขั้นตอนหลักของเครื่องไว้ครบ คือ วัดปริมาณ (Meter) → ผสม (Mix) → จ่าย (Dispense)


เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติทำงานอย่างไร

ระบบหยอดกาวสองส่วนผสมประกอบด้วยหน่วยลำเลียงวัสดุ หน่วยวัดปริมาณ หน่วยรักษาเสถียรภาพแรงดัน และวาล์วจ่ายกาว แต่ละส่วนมีหน้าที่ดังนี้ 

1. ระบบป้อนวัสดุ (Supply System) ทำหน้าที่ส่งกาวทั้งสองส่วนไปยังเครื่อง วัสดุที่เครื่องวัดปริมาณรองรับตั้งแต่ความหนืดต่ำถึงสูง เช่น อีพ็อกซี่ อะคริลิก ซิลิโคน และยูรีเทน โดยป้อนจากปั๊มหรือถังแรงดัน

2. ชุดวัดปริมาณ (Metering Unit) เป็นหัวใจของเครื่อง ระบบที่นิยมคือ Positive Displacement หรือการแทนที่ปริมาตร (เทียบได้กับเข็มฉีดยาที่ดันของเหลวตามปริมาตรที่กำหนด) ปริมาณที่ถูกอัดออกควบคุมได้จากความเร็วและมุมหมุนของมอเตอร์ ส่วนแบบ Fixed Ratio ซึ่งใช้แท่งวัดปริมาณ (Rod) สองขนาด จะรับประกันว่าอัตราส่วนและอัตราการไหลที่จ่ายออกมาถูกต้อง เพราะแท่งทั้งสองเคลื่อนที่พร้อมกันด้วยระยะชักเท่ากัน อัตราส่วนจึงถูกกำหนดโดยขนาดของแท่งวัดปริมาณ

3. การผสม (Mixing) วิธีที่นิยมคือการผสมแบบ Static และแบบ Dynamic แบบ Dynamic ใช้มอเตอร์หมุนกวน เหมาะกับวัสดุที่ความหนืดสองส่วนต่างกันมากหรืออัตราส่วนสูง ส่วนแบบ Static ใช้ท่อผสม (Static Mixing Tube) ที่วัสดุไหลผ่านและถูกแบ่งซ้อนกันภายในท่อจนเข้ากัน ท่อผสมแบบ Static มีต้นทุนต่ำและเปลี่ยนง่าย จึงช่วยลดภาระการล้างทำความสะอาดได้ 

4. วาล์วจ่าย (Dispensing Valve) ควบคุมการเปิด-ปิดและรูปแบบการจ่าย วาล์วสองส่วนผสมโดยทั่วไปเป็นแบบดูดกลับ (Suck-back) ซึ่งช่วยตัดการหยดและปิดได้เร็วขึ้น


ทำไมต้องใช้เครื่องอัตโนมัติแทนการผสมกาวด้วยมือ

กาว 2 ส่วนผสมต้องผสมในอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนด จึงจะแข็งตัวและให้คุณสมบัติตามที่ออกแบบ อีพ็อกซี่มักเป็นส่วนผสมสองส่วน (เรซินกับตัวทำแข็ง) ที่ต้องผสมในอัตราส่วนที่ถูกต้อง และในงานห่อหุ้มแผงวงจร การวัดปริมาณที่แม่นยำและการผสมที่ทั่วถึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวัสดุสองส่วน

ข้อได้เปรียบหลักของระบบอัตโนมัติ

  • อัตราส่วนสม่ำเสมอ ด้วยเทคโนโลยีวัดปริมาณและจ่ายกาวในปัจจุบัน ความแม่นยำของอัตราส่วนในอุปกรณ์สองส่วนผสมสามารถไปถึง ±1% 
  • ลดของเสียและงานแก้ไข การใช้เทคโนโลยีปั๊มแบบ Positive Displacement ร่วมกับการผสมแบบ Static หรือ Dynamic ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตและลดของเสียและงานทำซ้ำ
  • ลดแรงงานและต้นทุน ท่อผสมแบบ Static ช่วยให้ผู้ผลิตประหยัดแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดต้นทุน 
  • ต่อเข้ากับระบบอัตโนมัติได้ เช่น แขนกลหรือโต๊ะจ่ายกาวหลายแกน

งานที่ใช้เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติ

Potting / Encapsulation (การหล่อห่อหุ้มชิ้นงาน) Potting คือการเติมสารที่แข็งตัวหรือเป็นเจลลงในชุดอิเล็กทรอนิกส์ทั้งชุด เพื่อสร้างเกราะป้องกันความชื้น การสั่นสะเทือน แรงกระแทกหรือความร้อนฉับพลัน และสิ่งปนเปื้อน งานกลุ่มนี้พบมากในอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ เช่น ECU เซ็นเซอร์ ไดรเวอร์ LED และระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS)

Gasketing (การขึ้นรูปปะเก็นด้วยกาว) จ่ายกาวเป็นแนวบนชิ้นงานเพื่อสร้างปะเก็นในตัว ข้อดีคือทำได้แม้ชิ้นงานรูปทรงซับซ้อน และไม่ต้องเก็บแผ่นปะเก็นสำเร็จรูปหลายขนาด

Vacuum Impregnation (การอัดน้ำยาเข้าเนื้อชิ้นงานภายใต้สุญญากาศ) ใช้ในงานที่ต้องให้เรซินซึมเข้าไปเติมช่องว่างภายในชิ้นงาน เช่น ขดลวดมอเตอร์หรือหม้อแปลง

Sealing (การซีล) ปิดช่องว่างเพื่อป้องกันน้ำ ฝุ่น หรือสารเคมีเข้าสู่ชิ้นงาน

หมายเหตุ: กาวและซีลแลนท์สองส่วนที่ใช้กับระบบนี้ครอบคลุมอีพ็อกซี่ ยูรีเทน ซิลิโคน และอะคริลิก การเลือกวัสดุขึ้นกับสภาพใช้งาน เช่น ซิลิโคนอ่อนนุ่มกว่าอีพ็อกซี่และยูรีเทน และมีช่วงอุณหภูมิกว้างที่สุด จึงเหมาะกับงานอุณหภูมิสูงหรือชิ้นงานที่เจอการเปลี่ยนอุณหภูมิบ่อย

เลือกเครื่องหยอดกาว 2K อย่างไร

ก่อนเลือกเครื่อง ควรเตรียมข้อมูลจาก Datasheet ของกาวเหล่านี้

  1. อัตราส่วนผสม (Mix Ratio) ตามปริมาตร (by volume) หรือตามน้ำหนัก ถ้าเป็นตามน้ำหนักต้องแปลงเป็นปริมาตรโดยใช้ความถ่วงจำเพาะ (SG) ของแต่ละส่วน
  2. ความหนืดของ Part A และ Part B เพราะกำหนดแรงดันป้อนและรูปแบบระบบป้อนวัสดุ
  3. ปริมาณต่อช็อต (Shot Size) และอัตราการไหลที่ต้องการ
  4. รูปแบบบรรจุภัณฑ์ของกาว เช่น คาร์ทริดจ์ ถัง หรือถัง 20 ลิตร
  5. รูปแบบการติดตั้ง เช่น ตั้งโต๊ะ ติดแขนกล หรือรวมเข้าไลน์ผลิต

ตัวอย่างระบบ Fixed-Ratio 2K

ARC-A30, ARC-A42 และ ART-44SV เป็นระบบหยอดกาวสองส่วนผสมแบบอัตราส่วนคงที่ (Fixed-Ratio 2K Metering and Dispensing) ที่ออกแบบสำหรับงานหยอดกาวปริมาณน้อยของกาวและเรซินสำหรับ Potting ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับระบบ Fixed-Ratio แบบ Positive Rod Displacement ขับเคลื่อนด้วยเซอร์โวมอเตอร์ที่ใช้กับงานหยอดกาวด้วยหุ่นยนต์

จุดเด่นของระบบ

  • เทคโนโลยี Positive-Displacement Metering ให้ความแม่นยำอัตราส่วนระหว่างช็อต (shot-to-shot) ที่ ±2% ในช่วงอัตราส่วนผสม 1:1 ถึง 25:1 (ตามคำอธิบายภาพรวมของผู้ผลิต)
  • ดีไซน์กะทัดรัด มีเส้นทางไหลของ A และ B แยกกัน
  • ใช้ระบบผสมแบบ Static Mixer ชนิดใช้แล้วทิ้ง ช่วยลดการล้างด้วยตัวทำละลายและงานบำรุงรักษา
  • เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มหุ่นยนต์และระบบหยอดกาวอัตโนมัติได้

ตารางเปรียบเทียบรุ่น

รายการ ARC-A30 ARC-A42 ART-44SV
ระบบขับเคลื่อน (Drive) Servo Servo Servo
อัตราส่วน (ตามปริมาตร) 1:1 – 23:1 1:1 – 23:1 1:1 – 10:1
ปริมาตรต่อช็อต (ขึ้นกับอัตราส่วน) 0.3 – 30 cc 0.4 – 40 cc 0.5 – 5 cc
ความแม่นยำซ้ำ (Repeatability) ±2% ±2% ±1.5%
ความหนืด 350,000 cps 350,000 cps 350,000 cps
อัตราการไหล* 8 cc/sec 8 cc/sec 3 cc/sec
น้ำหนักเครื่อง 14.5 kg 15.5 kg 11 kg

*อัตราการไหลขึ้นกับความหนืดของวัสดุ อุณหภูมิวัสดุ สายส่งกาว และวาล์วจ่ายที่ใช้


ระบบป้อนวัสดุที่ใช้ร่วมกับเครื่อง

ผู้ผลิตระบุว่าทั้งสามรุ่นต่อกับระบบป้อนได้หลายแบบ และ เมื่อวัสดุมีความหนืดสูงขึ้น ต้องเพิ่มแรงดันป้อนกาวตามไปด้วย ระบบที่ใช้บ่อยมี 4 แบบ

  • Cartridge (คาร์ทริดจ์): เหมาะกับกาวบรรจุหลอดหรือคาร์ทริดจ์ ปริมาณใช้ไม่มาก
  • Tank (ถังแรงดัน): สำหรับป้อนกาวปริมาณมากขึ้น
  • Transfer Pump (ปั๊มถ่ายโอนแบบเสียบถัง): เสียบลงถังกาวโดยตรง
  • Ramp Pump (ปั๊มแผ่นกดแรมป์): สำหรับกาวหนืดสูงที่บรรจุถังขนาดใหญ่

การเลือกระบบป้อนขึ้นกับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของกาวและข้อมูลวัสดุ (Material Data)

อุตสาหกรรมที่ใช้งาน

  • อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Automotive Electronics)
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน (Household Appliances)
  • เครื่องมือแพทย์ (Medical Instruments)
  • อุปกรณ์เครือข่ายและการสื่อสาร (Network and Communications Devices)

เครื่องหยอดกาวอัตโนมัติแบบ 2K คือระบบที่ "วัดปริมาณ ผสม และจ่าย" กาวสองส่วนผสมให้ได้อัตราส่วนสม่ำเสมอ ลดความผันแปรจากการทำงานด้วยมือ ลดของเสีย และเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติได้ ปัจจัยตัดสินใจหลักคืออัตราส่วน ความหนืด ปริมาณต่อช็อต และรูปแบบการป้อนวัสดุ

สนใจระบบหยอดกาว 2K สำหรับงาน Potting, Gasketing หรือ Sealing?
ทีมวิศวกรของ Mostori พร้อมช่วยประเมินวัสดุกาว อัตราส่วน และปริมาณต่อช็อตของคุณ เพื่อแนะนำรุ่นและระบบป้อนที่เหมาะกับสายการผลิต ติดต่อได้ที่→ Mostori.com